Hepatitis B vaccine

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบีประกอบด้วยโปรตีนที่ผิวของไวรัส (HBsAg) ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสตับอักเสบบีขึ้นมาโดยอัตโนมัติ หากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเมื่อใด ภูมิคุ้มกันจะจดจำได้และเข้าทำลายอย่างทันท่วงที

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบีต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม โดยจะฉีดห่างกันตามระยะเวลาที่กำหนดดังนี้

เข็มที่ 1 ฉีดได้ตามความสะดวก

เข็มที่ 2 ฉีดหลังจากเข็มแรก 1-2 เดือน

เข็มที่ 3 ฉีดหลังจากเข็มที่ 2 ประมาณ 5 เดือน

หากคุณลืมฉีดเข็มที่ 2 หรือเข็มที่ 3 ให้รีบเข้ารับการฉีดทันทีที่คุณนึกได้ 

การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีนนั้น แนะนำให้ตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสก่อน ซึ่งหากร่างกายมีภูมิต้านทานแล้วก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอีก ทั้งนี้ประมาณ 1-2 เดือน หลังจากได้รับวัคซีนครบทั้ง 3 เข็ม ควรตรวจเลือดเพื่อหาภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี ถ้าภูมิคุ้มกันยังไม่ปรากฏก็ควรฉีดวัคซีนกระตุ้นเพิ่มเติม

ส่วนใหญ่ประมาณ 1 เดือน หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2  ระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายจะสูงพอที่จะป้องกันการติดเชื้อได้แล้ว และเมื่อได้รับวัคซีนครบ 3 เข็ม พบว่า ผู้ได้รับวัคซีนร้อยละ 97 จะสร้างภูมิคุ้มกันซึ่งคาดว่า จะป้องกันการติดเชื้อได้นานตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม มีผู้ได้รับวัคซีนร้อยละ 1-3% ที่ร่างกายไม่สร้างภูมิคุ้มกันเช่นกัน จึงควรมีการตรวจหาภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนเพื่อยืนยันผลอีกครั้ง 

จากอัตราการป้องกันการติดเชื้อที่ค่อนข้างสูง การฉีดวัคซีนจึงช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้สูง

ทุกคนควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคตับ หากคุณไม่แน่ใจว่า ตนเองมีภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี หรือไม่ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อยืนยันผลให้แน่ชัด และหากผลการตรวจไม่พบว่า ร่างกายมีภูมิคุ้มกันก็ควรฉีดวัคซีนป้องกันทันที

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบีนับว่า เป็นวัคซีนที่ปลอดภัยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หลังจากฉีดวัคซีนแล้วมักไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้น อาจมีอาการ เจ็บ บวม แดง คัน ที่ตำแหน่งที่ฉีดยา หรืออาจมีไข้ต่ำๆ บ้าง แต่จะหายได้เองภายใน 1-2 วัน แต่ถ้าหลังจากฉีดวัคซีนแล้ว คุณมีอาการวิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว มีไข้สูง อ่อนเพลีย เกิดลมพิษ หรือหายใจเร็ว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพราะคุณอาจแพ้วัคซีนดังกล่าวได้   อย่างไรก็ตาม มีผู้ที่แพ้วัคซีนไวรัสตับอักเสบบีน้อยมาก

วัคซีนจะช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเท่านั้นแต่ไม่สามารถรักษาโรคนี้ได้ และหากคุณติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแล้วไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอีก แต่ต้องรักษาด้วยวิธีอื่นโดยแพทย์ และติดตามการรักษาอย่างเหมาะสม