Opens in a new tab

294/1 Asia Building (11th Floor), Phyathai, Bangkok

เชื้อราในช่องคลอด / Vaginal candidiasis

อาการของเอดส์เป็นอย่างไร ทำความรู้จักกับเอดส์

โรคเชื้อราในช่องคลอด (Vaginal Candidiasis) เกิดจากการติดเชื้อราภายในช่องคลอดหรือบริเวณปากช่องคลอด ทำให้เกิดการระคายเคืองและอาการคันอย่างรุนแรง

อาการของโรคเชื้อราในช่องคลอด

โรคเชื้อราในช่องคลอดส่วนใหญ่ส่งผลให้เกิดอาการได้ตั้งแต่เล็กน้อยถึงปานกลาง แต่บางคนอาจไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ แม้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย เช่น

  • เกิดอาการคันอย่างรุนแรงและระคายเคืองที่ปากช่องคลอดหรือภายในช่องคลอด
  • มีอาการแสบร้อน โดยเฉพาะในขณะมีเพศสัมพันธ์หรือการปัสสาวะ
  • ตกขาวผิดปกติ อาจมีลักษณะสีขาวข้นคล้ายนมบูด เป็นน้ำใส หรือขาวข้นจับตัวเป็นก้อน
  • บริเวณปากช่องคลอดมีอาการบวม แดง
  • เกิดผื่นแดงทั้งภายในและภายนอกช่องคลอด อาจเกิดการกระจายไปทั่วบริเวณหัวหน่าว อวัยวะเพศ หรือต้นขา

ผู้ป่วยจะมีอาการเหล่านี้ได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงเป็นสัปดาห์ หรืออาจนานเป็นเดือนในบางราย แต่พบได้ค่อนข้างน้อย นอกจากนี้ยังพบว่าบางรายอาจมีอาการของโรคกลับเป็นซ้ำในช่วงก่อนมีประจำเดือนและอาจเป็นมากขึ้นหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ควรรีบพบแพทย์หากเป็นการติดเชื้อราในช่องคลอดเป็นครั้งแรก อาการที่เป็นอยู่ไม่ดีขึ้นหลังใช้ยารักษา หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย

นอกจากนี้ อาการอาจรุนแรงมากขึ้นหากไม่รีบรักษา ซึ่งสังเกตได้จากบริเวณที่เกิดการติดเชื้อมีอาการบวม แดง และคันอย่างรุนแรงมากขึ้นจนทำให้เกิดรอยแตกเป็นแผล มีอาการเจ็บหรือปวด ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดการติดเชื้อราในช่องคลอดบ่อยมากกว่าปกติ หรือมากกว่า 4 ครั้งต่อปี

สาเหตุของโรคเชื้อราในช่องคลอด

โรคเชื้อราในช่องคลอดเกิดจากการเพิ่มจำนวนเชื้อรามากกว่าปกติภายในช่องคลอดจนทำให้สภาพภายในช่องคลอดเสียสมดุล โดยปกติเชื้อราเหล่านี้มักอาศัยอยู่ตามช่องปาก อวัยวะเพศ ระบบทางเดินอาหาร หรือบนผิวหนังของคนเราในปริมาณน้อยและไม่ก่อให้เกิดโรค แต่เมื่อเชื้อราเหล่านี้มีปริมาณมากขึ้นจึงพัฒนาให้เกิดการติดเชื้อขึ้นได้ เชื้อราที่ทำให้เกิดการติดเชื้ออาจเกิดได้จากหลายสายพันธ์ุ แต่สายพันธ์ุที่พบว่าเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในช่องคลอดได้มากที่สุดมีชื่อว่า แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida Albicans) ซึ่งเป็นเชื้อราในกลุ่ม แคนดิดา (Candida) ส่วนเชื้อราสายพันธุ์อื่นที่พบได้ไม่บ่อยอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงได้มากขึ้น และต้องอาศัยการรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น

การเพิ่มจำนวนเชื้อราอย่างรวดเร็วมาจากหลายสาเหตุดังนี้

  • การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน ซึ่งจะไปลดปริมาณแบคทีเรีย แลคโตบาซิลลัส และทำให้ค่าความเป็นกรดด่างภายในช่องคลอดเสียสมดุล
  • การตั้งครรภ์
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้
  • สภาวะของร่างกายที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เช่น การติดเชื้อเอชไอวี (HIV)
  • เป็นโรคทางผิวหนังอื่น ๆ นำมาก่อน เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังอื่น ๆ
  • การรับประทานยาบางประเภท
  • มีภาวะโรคอ้วน
  • การรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนบำบัดหรือการรับประทานยาคุมกำเนิดในปริมาณสูง ซึ่งจะไปเพิ่มระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน
  • การสวนล้างช่องคลอดหรือการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยบริเวณช่องคลอดบ่อย ๆ อาจทำให้เสียสมดุลภายในช่องคลอด

การเกิดการติดเชื้อราในช่องคลอดเป็นปัญหาที่พบมากในผู้หญิง โดยผู้หญิงทุก 3 ใน 4 คนเคยเป็นโรคเชื้อราในช่องคลอดอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต นอกจากนี้ การติดเชื้อราในช่องคลอดอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงก่อนการมีประจำเดือน หรือบางรายอาจเกิดขึ้นหลังการมีเพศสัมพันธ์ แต่ตัวโรคยังไม่จัดว่าเป็นโรคติดติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพราะไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อไปสู่ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ด้วย รวมไปถึงผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ก็อาจมีโอกาสในการพัฒนาโรคให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน

การวินิจฉัยโรคเชื้อราในช่องคลอด

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคเชื้อราในช่องคลอดได้ตามขั้นตอนดังนี้

  • สอบถามข้อมูลและประวัติทางการแพทย์ ในขั้นแรกจะมีการสอบถามข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ป่วย อาการผิดปกติที่พบ ลักษณะของตกขาว เคยมีประวัติเกิดการติดเชื้อราหรือมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อนหรือไม่
  • การตรวจภายใน แพทย์จะตรวจดูลักษณะภายนอกของอวัยวะเพศและบริเวณรอบ ๆ เพื่อหาความผิดปกติที่บ่งบอกว่าเกิดการติดเชื้อ ซึ่งบางรายสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่การสังเกตดูลักษณะภายนอก แต่ในบางรายแพทย์อาจจะต้องตรวจหาความผิดปกติจากภายในช่องคลอดอีกครั้งด้วยการสอดอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เรียกว่าปากเป็ดเข้าไปภายในช่องคลอด เพื่อเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งหรือตกขาวออกมาตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม
  • การตรวจตัวอย่างสารคัดหลั่ง มักจะใช้ในกรณีตรวจวินิจฉัยผู้ที่เกิดการติดเชื้อบ่อย ๆ หรืออาการของโรคไม่ดีขึ้น โดยแพทย์จะนำตัวอย่างที่เก็บได้ภายในช่องคลอดออกมาตรวจหาประเภทเชื้อราที่ทำให้เกิดอาการของโรค ซึ่งจะช่วยให้แพทย์หาวิธีการรักษาผู้ป่วยที่มีการกลับมาของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด

โรคเชื้อราในช่องคลอดสามารถรักษาได้โดยการใช้ยาต้านเชื้อรา (Antifungal Drug) เป็นหลัก โดยรูปแบบของยาอาจจะมีทั้งแบบครีม ขี้ผึ้ง ยาเหน็บ หรือยารับประทาน เช่น ยาคลอไตรมาโซล (Clotrimazole) ยาไมโคโนโซล (Miconazole) ยาไทโอโคนาโซล (Tioconazole) ยาบูโตโคนาโซล (Butoconazole) ยาฟลูโคนาโซล (Fluconazole) หรือยากรดบอริก (Boric acid) ซึ่งการเลือกใช้ยาควรต้องมีการพิจารณาระดับความรุนแรงของโรคและประเภทของเชื้อราที่ทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นด้วย ส่วนระยะเวลาในการใช้ยาจะแตกต่างกันไปตามความแรงของยาและการตอบสนองของผู้ป่วยต่อการรักษา

ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคไม่รุนแรงสามารถซื้อยาต้านเชื้อราที่ขายทั่วไป ควบคู่กับการดูแลตนเองได้จากที่บ้านโดย  

  • ผู้ป่วยที่ใช้ยารักษาเชื้อราทาช่องคลอดในช่วงที่มีประจำเดือน ควรเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นแทนการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด
  • หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบริเวณช่องคลอดเป็นประจำ แต่ควรใช้น้ำสะอาดทำความสะอาดแทน
  • ไม่ควรสวนล้างช่องคลอด เพราะอาจส่งผลให้อาการติดเชื้อแย่ลง
  • หากมีความรู้สึกเจ็บในขณะมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ผลิตภัณฑ์เจลหล่อลื่นที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักในขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยลดการระคายเคือง
  • หากบริเวณอวัยวะเพศมีอาการบวมและเจ็บ ไม่ควรเกาหรือถูแรง ๆ แต่อาจนั่งแช่น้ำอุ่น เพื่อช่วยบรรเทาอาการ หรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบบริเวณที่มีอาการ

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่รักษาด้วยการซื้อยามาใช้เองควรปรึกษาเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนการใช้ยาควรศึกษาวิธีอย่างละเอียดและควรใช้ยาติดต่อกันอย่างต่อเนื่องจนครบปริมาณที่แนะนำ ไม่ควรหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันแม้ว่ามีอาการดีขึ้น รวมไปถึงควรระมัดระวังการใช้ยาบางประเภทที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทางการแพทย์อย่างชัดเจนว่ามีฤทธิ์ในการต่อต้านเชื้อรา เช่น การทาน้ำมันทีทรี (Tea Tree Oil) บริเวณช่องคลอด หรือการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกระเทียม เนื่องจากอาจส่งผลให้อาการติดเชื้อแย่ลงได้

แต่ในกรณีที่อาการมีความรุนแรงมากขึ้นจนทำให้เกิดอาการปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน ผู้ป่วยอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ เป็นอาการติดเชื้อครั้งแรก เกิดอาการแพ้ อาการของโรคไม่ดีขึ้น หรือมีความกังวลว่าอาการที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุมาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ควรเข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจยืนยันผล และรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งอาจต้องมีการใช้ยารักษาในปริมาณที่สูงขึ้นและรักษานานต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยป้องกันการกลับมาของโรค อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งภายในระยะเวลา 2 เดือนหลังอาการหายขาดอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกจากโรคอื่นได้

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเชื้อราในช่องคลอด

โรคเชื้อราภายในช่องคลอดค่อนข้างพบภาวะแทรกซ้อนได้น้อย โดยทั่วไปมักเกิดการถลอกของผิวหนังจนอาจเป็นแผล เนื่องจากอาการคันและเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้ออื่น ๆ ที่ผิวหนังได้โดยง่าย ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดการติดเชื้อขึ้นใหม่อีกครั้งหลังการรักษา หรือไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาด เนื่องจากตัวยาไม่ตอบสนองต่อโรค ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นตามมา

การป้องกันโรคเชื้อราในช่องคลอด

การติดเชื้อราในช่องคลอดอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ในบางกรณีบอกได้ยากว่าเกิดมาจากสาเหตุใด เพราะแต่ละบุคคลก็มีปัจจัยความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป การป้องกันโรคจึงเป็นการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัย เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดของโรคตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • เลือกสวมใส่กระโปรง กางเกง หรือกางเกงชั้นที่ไม่รัดแน่นมากเกินไป รวมไปถึงเลือกเนื้อผ้าจากเส้นใยธรรมชาติที่มีการถ่ายเทของอากาศได้ดี ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดความอับชื้นจนเพิ่มจำนวนเชื้อราขึ้นได้โดยง่าย
  • ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความอับชื้นเป็นเวลานาน ควรรีบเปลี่ยนชุดออกทันที เช่น ชุดว่ายน้ำ ชุดออกกำลังกาย
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นหรือการสวนล้างช่องคลอดบ่อยเกินความจำเป็น
  • รับประทานอาหารประเภทโยเกิร์ตหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอื่น ๆ ที่มีส่วนผสมของแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ซึ่งจะช่วยปรับสภาพความเป็นกรดด่างภายในช่องคลอด
  • ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีความจำเป็น  
  • ในช่วงมีประจำเดือนควรมีการเปลี่ยนผ้าอนามัยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผ้าอนามัยแบบสอด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอับชื้นที่เป็นที่อยู่ของเชื้อรามากขึ้น

ที่มา : https://www.pobpad.com/เชื้อราในช่องคลอด

เชื้อราในช่องคลอดเป็นอีกโรคที่พบได้บ่อยในผู้หญิง ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อราทำให้มีอาการคันและมีตกขาวผิดปกติได้

เกิดจากการติดเชื้อราและมีการเพิ่มจำนวนมากผิดปกติภายช่องคลอด โดยพบมากที่สุดคือเชื้อรา Candida albicans ปกติสามารถพบเชื้อราได้อยู่แล้วแต่มีปริมาณน้อยและไม่ทำให้เกิดโรค แต่เมื่อมีการเสียสมดุลของแบคทีเรียแลคโตบาซิไลก็ทำให้เชื้อรามีเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติจนทำให้เกิดอาการผิดปกติได้

อาการมีได้ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงอักเสบ บางคนอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ หรือเป็นๆ หายๆ อาการที่พบได้ ได้แก่ ตกขาวมีกลิ่นหรือสีผิดปกติ ระคายเคืองและคันปากช่องคลอด มีการอักเสบผิวหนังบริเวณผิวหนังรอบข้างหรือขาหนีบ รู้สึกเจ็บหรือปวดช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์

สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจภายในเพื่อดูลักษณะของตกขาว ดูการอักเสบภายในช่องคลอดและผิวหนังรอบๆ และอาจมีการนำตกขาวหรือสาคัดหลั่งในช่องคลอดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม

สามารถรักษาหายขาดได้ โดยแพทย์จะให้ยาต้านเชื้อรา โดยมีหลายแบบ ได้แก่ ยากิน ยาเหน็บ ครีมทาภายนอก ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของโรคและดุลพินิจของแพทย์ และนัดติดตามอาการเพื่อประเมินอีกครั้ง

เนื่องจากเชื้อราในช่องคลอดก็สามารถเป็นได้แม้จะไม่มีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นจึงแนะนำให้ดูแลตัวเองดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะหากไม่จำเป็น
  2. ไม่สวนล้างบ่อยจนเกินไป หรืองดใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ้อนเร้น
  3. หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือผ้าอนามัยที่มีน้ำหอม
  4. ในช่วงที่มีประจำเดือน ควรเปลี่ยนอนามัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความอับชื้น

Relate content :

อาการของเอดส์เป็นอย่างไร ทำความรู้จักกับเอดส์

ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน: เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความมั่นใจและปลอดภัย

การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานที่ Glove Clinic ไม่ใช่เพียงแค่การเช็กความพร้อมทางร่างกาย แต่คือการแสดงความรักและความรับผิดชอบต่อกัน เพื่อวางแผนสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ ป้องกันการส่งต่อโรคติดต่อทางพันธุกรรมและทางเพศสัมพันธ์สู่คู่รักและบุตรในอนาคต ทำไมการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานถึงสำคัญ? หลายคู่มองข้ามขั้นตอนนี้เพราะเห็นว่าต่างฝ่ายต่างดูแข็งแรงดี แต่ในความเป็นจริง โรคบางอย่างอาจแฝงตัวอยู่โดยไม่มีอาการแสดง (Asymptomatic) การตรวจสุขภาพจึงช่วยให้คุณ: กลุ่มโรคที่ควรตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานไม่ใช่แค่การเช็กความแข็งแรงทั่วไป แต่คือการคัดกรอง "โรคแฝง" ที่อาจไม่มีอาการ แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคู่รักและลูกในอนาคต นี่คือกลุ่มโรคสำคัญที่แพทย์แนะนำให้ตรวจครับ: กลุ่มโรคติดต่อทางพันธุกรรม (ที่ส่งต่อสู่ลูก) กลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ที่ส่งต่อสู่คู่รัก) กลุ่มโรคที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ (สำหรับฝ่ายหญิง) โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคทางกายทั่วไป) แพ็กเกจตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานที่ Glove Clinic ครอบคลุมอะไรบ้าง? เรามีแพ็กเกจตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานที่รวมรายการเหล่านี้ไว้อย่างครบถ้วนในราคาที่คุ้มค่า พร้อมการแปลผลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำอย่างละเอียด เพื่อให้คุณและคนรักเริ่มต้นก้าวแรกของชีวิตคู่ได้อย่างมั่นใจที่สุดครับ ทำไมคู่รักควรเลือก Glove Clinic?
อาการของเอดส์เป็นอย่างไร ทำความรู้จักกับเอดส์

ตรวจ HIV รู้ผลใน 20 นาที: มั่นใจ รวดเร็ว และเป็นส่วนตัวที่ Glove Clinic

Glove Clinic ให้บริการตรวจ HIV ที่เน้นความรวดเร็วและแม่นยำสูงด้วยเทคโนโลยี 4th Generation โดยคุณสามารถทราบผลตรวจที่ชัดเจนได้ ภายใน 20 นาที พร้อมรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ส่วนตัวที่ปลอดภัยและเป็นความลับสูงสุด ตรวจ HIV รู้ผลเร็วดียังไง ความสำคัญของการ "รู้ผลใน 20 นาที" ในวันที่คุณมีความกังวล ทุกนาทีที่รอคอยมีค่าเสมอ การบริการที่ทราบผลได้ภายใน 20 นาทีช่วยตอบโจทย์: แม่นยำระดับสากลด้วย 4th Generation Screening แม้จะรู้ผลเร็วภายใน 20 นาที แต่ความแม่นยำคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุด: ขั้นตอนการรับบริการที่กระชับและเป็นระบบ มั่นใจในความลับและพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) เราการันตีความเป็นส่วนตัว 100% เพราะเรารู้ว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อนสำหรับคุณ: ข้อดีของการตรวจ HIV: ทำไม "การรู้" ถึงดีกว่า "การไม่รู้" หลายคนอาจกังวลที่จะเดินเข้ามารับการตรวจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การตรวจ HIV มีข้อดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจมากกว่าที่คุณคิด: หากผลตรวจ HIV เป็นบวก... จำไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เราเข้าใจดีว่านาทีที่ทราบผลอาจเต็มไปด้วยความตกใจ…
อาการของเอดส์เป็นอย่างไร ทำความรู้จักกับเอดส์

ฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์: ป้องกันมะเร็งและหูดหงอนไก่ 

วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ (Gardasil 9) คือนวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยป้องกันเชื้อไวรัส HPV ได้ครอบคลุมที่สุดถึง 90% ของสาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก รวมถึงมะเร็งทวารหนักและหูดหงอนไก่ ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย เพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน ทำความรู้จัก HPV HPV หรือ Human Papillomavirus คือเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมากผ่านการ "สัมผัส" โดยเฉพาะการสัมผัสทางผิวหนังหรือเยื่อบุระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ (แม้จะมีการสวมถุงยางอนามัยก็ยังป้องกันไม่ได้ 100% เพราะเชื้ออาจอยู่ที่บริเวณผิวหนังรอบข้างได้ครับ) เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เรามักจะแบ่งเชื้อ HPV ที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตาม "ความอันตราย" ดังนี้ครับ: 1. กลุ่มความเสี่ยงต่ำ (Low-risk HPV) กลุ่มนี้ ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่จะทำให้เกิดความผิดปกติของผิวหนังแทน: 2. กลุ่มความเสี่ยงสูง (High-risk HPV) กลุ่มนี้คือ "ตัวอันตราย" ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็ง: ทำไม HPV ถึงน่ากลัว? ข่าวดีคือ:…
อาการของเอดส์เป็นอย่างไร ทำความรู้จักกับเอดส์

การตรวจ HIV: ก้าวสำคัญสู่การดูแลสุขภาพที่คุณควรรู้

กำลังมองหาสถานที่ ตรวจ HIV กรุงเทพ ที่น่าเชื่อถือ? Glove Clinic ให้บริการ ตรวจ HIV รู้ผลเร็ว และเป็นส่วนตัว เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า BTS ราชเทวี
อาการของเอดส์เป็นอย่างไร ทำความรู้จักกับเอดส์

รักษาหนองใน: ทำความเข้าใจโรคและแนวทางที่ถูกต้อง

กำลังมองหาวิธี รักษาหนองใน ที่ถูกต้อง? บทความนี้อธิบายความแตกต่างของ หนองในแท้ vs หนองในเทียม, อาการใน หนองในผู้หญิง และ หนองในผู้ชาย พร้อมแนะนำการรักษาที่ Glove Clinic.
อาการของเอดส์เป็นอย่างไร ทำความรู้จักกับเอดส์

ช่องคลอดอักเสบ: สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่ถูกต้อง

กำลังสงสัยเรื่อง ช่องคลอดอักเสบ? บทความนี้ไขข้อสงสัยอาการ คันช่องคลอด, แสบช่องคลอด, และ เชื้อราในช่องคลอด พร้อมบอกความต่างกับ มดลูกอักเสบอาการ และวิธีรักษา

Tag :