294/1 Asia Building (11th Floor), Phyathai, Bangkok
อาการ HIV จากการติดเชื้อไวรัส

HIV คืออะไรและมีอาการอย่างไร
HIV (human immunodeficiency virus) คือไวรัสที่ทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกาย และถ้าไม่ได้รับการรักษาจะนำไปสู่ภาวะเอดส์ (AIDS หรือ acquired immunodeficiency syndrome) ซึ่งปัจจุบันไม่มีการรักษา HIV ให้หายขาดได้ (การรักษาหายขาดยังอยู่ในการทดลอง) แต่สามารถทานยาต้านไวรัสควบคุมไวรัสในเลือดให้อยู่ในปริมาณที่ต่ำจนตรวจไม่พบ (undetectable) และสามารถใช้ขีวิตที่สุขภาพที่ดีเช่นคนทั่วไปและไม่แพร่เชื้อให้คู่ของตัวเองได้
อาการ HIV ส่งผลต่อร่างกายตามระยะการติดเชื้อต่างๆ
การติดเชื้อไวรัส HIV สามารถทำให้เกิดอาการให้หลายระบบของร่างกาย ตัวไวรัส HIV เองนั้นจะมีความจำเพาะต่อเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ซึ่งเป็นเซลล์ที่ควบคุมภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเมื่อเซลล์ CD4 ลดลง จะทำให้ร่างกายอ่อนแอและเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งอาจมีลักษณะจำเพาะ เช่น การติดเชื้อราในช่องปาก (oral candidiasis), ปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา (pneumocystis pneumonia) , หรือวัณโรคแบบแพร่กระจายทั่วตัว (disseminated tuberculosis) เป็นต้น โดยโรคต่าง ๆ ที่กล่าวมามักจะเจอเมื่อผู้ป่วยอยู่ในภาวะเอดส์
ในบทความนี้เราจะขอพูดถึงอาการของ HIV ก่อน และจะขอแยกอาการของภาวะเอดส์ไปอธิบายในอีกบทความ
อาการ HIV เบื้องต้น(acute HIV infection)

ในระยะแรกที่ติดเชื้อ (ภายใน 2-4 สัปดาห์แรก) ส่วนหนึ่งของคนไข้อาจรู้สึกเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือทอนซิลอักเสบ โดยอาจมีไข้, ปวดเมื่อยตัว, เจ็บคอ, ต่อมน้ำเหลืองโต คนไข้บางรายอาจสังเกตว่ามีผื่นร่วมด้วย อาการในช่วงนี้อาจจะหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
ในระยะนี้คนไข้หลายรายอาจได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่, ทอนซิลอักเสบ, จนถึงไข้เลือดออก ดังนั้นถ้าคนไข้มีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อ HIV จึงมีความจำเป็นที่ต้องแจ้งให้แพทย์ผู้ตรวจทราบข้อมูลเพื่อการให้การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง
อาการ HIV ในระยะติดเชื้อเรื้อรัง (chronic HIV infection)

ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในระยะนี้ ซึ่งบางคนก็อาจจะเรียกว่าระยะที่ไม่แสดงอาการ (asymptomatic HIV infection) ซึ่งแม้ว่าจะไม่แสดงอาการ แต่ไวรัสยังมีการแบ่งตัวอย่างต่อเนื่องในร่างกาย และยังสามารถแพร่เชื้อให้คู่นอนได้ด้วย
ถ้าได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ก็จะไม่ดำเนินไปสู่ระยะเอดส์ ซึ่งระยะติดเชื้อ HIV เรื้อรังนี้สามารถใช้เวลาประมาณ 5-10 ปีกว่าจะกลายเป็นระยะเอดส์โดยขึ้นอยู่กับตัวโรค, โรคร่วม, รวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอง
อาการ HIV และโรคที่สามารถเกิดจากการอักเสบที่เกิดจากเชื้อ HIV
ปัจจุบันงานศึกษาวิจัยล้วนต่างสรุปว่าไวรัส HIV นั้นสามารถทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง (chronic inflammation) ในร่างกาย ซึ่งการอักเสบเรื้อรังนั้นเป็นความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือดอุดตัน และยังอาจนำไปสู่โรคมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย ซึ่งโรคหัวใจหลอดเลือดอุดตันนั้นก็จะมีอาการนำด้วยเจ็บหน้าอก หรือเหนื่อยง่ายเวลาที่มีกิจกรรม ส่วนมะเร็งบางชนิดที่ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นกว่าคนทั่วไปก็ได้แก่ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งทวารหนัก, และมะเร็งตับ โดยอาการของโรคมะเร็งแต่ละชนิดก็จะต่างกันไปตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต หรือไข้เป็น ๆ หาย ๆ ในรายที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง, เลือดออกจากช่องคลอดหรือทวารหนัก ในรายที่เป็นมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งทวารหนัก, อืดแน่นท้อง หรือเบื่ออาหารและน้ำหนักลด ในรายที่เป็นมะเร็งตับ

โดยคำแนะนำให้เริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัสสำหรับผู้อยู่ร่วมกับเชื้อนั้นนอกจากจะหวังผลเพื่อช่วยรักษาภูมิคุ้มกันของคนไข้ให้เร็วที่สุดแล้วก็ยังหวังที่จะลดโอกาสเกิดการอักเสบเรื้อรังในร่างกายเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาวสำหรับการเกิดหลอดเลือดหัวใจอุดตันหรือโรคมะเร็งบางชนิดที่กล่าวไป
การตรวจหาเชื้อ HIV

การตรวจเลือดหาเชื้อ HIV ทำได้ง่ายและได้ผลแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องรอผลนาน อีกทั้งราคาไม่แพงหรือสามารถตรวจได้ฟรีตามหน่วยงานของรัฐ นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีการรณรงค์ให้ประขาชนเข้าถึงการตรวจ HIV ได้ง่ายขึ้นด้วยตรวจด้วยตัวเองที่บ้าน (HIV Self-Testing)
สรุปอาการ HIV
อาการในระยะแรก หลังรับเชื้อ HIV 2-4 สัปดาห์แรก คนไข้จะมีอาการไข้ ปวดเมื่อยตัว, เจ็บคอ, ต่อมน้ำเหลืองโต หากมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อควรตรวจหา HIV เพื่อได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี
อาการระยะติดเชื้อเรื้อรัง คนไข้จะไม่แสดงอาการใดๆ ในขณะที่ไวรัสยังแบ่งตัวอย่างต่อเนื่องและสามารถแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่นได้อีกด้วย ควรรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส เพื่อป้องกันการดำเนินโรคไปสู่ระยะเอดส์
Make Appointment
Relate content :

ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน: เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความมั่นใจและปลอดภัย
การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานที่ Glove Clinic ไม่ใช่เพียงแค่การเช็กความพร้อมทางร่างกาย แต่คือการแสดงความรักและความรับผิดชอบต่อกัน เพื่อวางแผนสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ ป้องกันการส่งต่อโรคติดต่อทางพันธุกรรมและทางเพศสัมพันธ์สู่คู่รักและบุตรในอนาคต ทำไมการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานถึงสำคัญ? หลายคู่มองข้ามขั้นตอนนี้เพราะเห็นว่าต่างฝ่ายต่างดูแข็งแรงดี แต่ในความเป็นจริง โรคบางอย่างอาจแฝงตัวอยู่โดยไม่มีอาการแสดง (Asymptomatic) การตรวจสุขภาพจึงช่วยให้คุณ: กลุ่มโรคที่ควรตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานไม่ใช่แค่การเช็กความแข็งแรงทั่วไป แต่คือการคัดกรอง "โรคแฝง" ที่อาจไม่มีอาการ แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคู่รักและลูกในอนาคต นี่คือกลุ่มโรคสำคัญที่แพทย์แนะนำให้ตรวจครับ: กลุ่มโรคติดต่อทางพันธุกรรม (ที่ส่งต่อสู่ลูก) กลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ที่ส่งต่อสู่คู่รัก) กลุ่มโรคที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ (สำหรับฝ่ายหญิง) โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคทางกายทั่วไป) แพ็กเกจตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานที่ Glove Clinic ครอบคลุมอะไรบ้าง? เรามีแพ็กเกจตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานที่รวมรายการเหล่านี้ไว้อย่างครบถ้วนในราคาที่คุ้มค่า พร้อมการแปลผลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำอย่างละเอียด เพื่อให้คุณและคนรักเริ่มต้นก้าวแรกของชีวิตคู่ได้อย่างมั่นใจที่สุดครับ ทำไมคู่รักควรเลือก Glove Clinic?
ตรวจ HIV รู้ผลใน 20 นาที: มั่นใจ รวดเร็ว และเป็นส่วนตัวที่ Glove Clinic
Glove Clinic ให้บริการตรวจ HIV ที่เน้นความรวดเร็วและแม่นยำสูงด้วยเทคโนโลยี 4th Generation โดยคุณสามารถทราบผลตรวจที่ชัดเจนได้ ภายใน 20 นาที พร้อมรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ส่วนตัวที่ปลอดภัยและเป็นความลับสูงสุด ตรวจ HIV รู้ผลเร็วดียังไง ความสำคัญของการ "รู้ผลใน 20 นาที" ในวันที่คุณมีความกังวล ทุกนาทีที่รอคอยมีค่าเสมอ การบริการที่ทราบผลได้ภายใน 20 นาทีช่วยตอบโจทย์: แม่นยำระดับสากลด้วย 4th Generation Screening แม้จะรู้ผลเร็วภายใน 20 นาที แต่ความแม่นยำคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุด: ขั้นตอนการรับบริการที่กระชับและเป็นระบบ มั่นใจในความลับและพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) เราการันตีความเป็นส่วนตัว 100% เพราะเรารู้ว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อนสำหรับคุณ: ข้อดีของการตรวจ HIV: ทำไม "การรู้" ถึงดีกว่า "การไม่รู้" หลายคนอาจกังวลที่จะเดินเข้ามารับการตรวจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การตรวจ HIV มีข้อดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจมากกว่าที่คุณคิด: หากผลตรวจ HIV เป็นบวก... จำไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เราเข้าใจดีว่านาทีที่ทราบผลอาจเต็มไปด้วยความตกใจ…
ฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์: ป้องกันมะเร็งและหูดหงอนไก่
วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ (Gardasil 9) คือนวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยป้องกันเชื้อไวรัส HPV ได้ครอบคลุมที่สุดถึง 90% ของสาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก รวมถึงมะเร็งทวารหนักและหูดหงอนไก่ ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย เพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน ทำความรู้จัก HPV HPV หรือ Human Papillomavirus คือเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมากผ่านการ "สัมผัส" โดยเฉพาะการสัมผัสทางผิวหนังหรือเยื่อบุระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ (แม้จะมีการสวมถุงยางอนามัยก็ยังป้องกันไม่ได้ 100% เพราะเชื้ออาจอยู่ที่บริเวณผิวหนังรอบข้างได้ครับ) เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เรามักจะแบ่งเชื้อ HPV ที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตาม "ความอันตราย" ดังนี้ครับ: 1. กลุ่มความเสี่ยงต่ำ (Low-risk HPV) กลุ่มนี้ ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่จะทำให้เกิดความผิดปกติของผิวหนังแทน: 2. กลุ่มความเสี่ยงสูง (High-risk HPV) กลุ่มนี้คือ "ตัวอันตราย" ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็ง: ทำไม HPV ถึงน่ากลัว? ข่าวดีคือ:…
การตรวจ HIV: ก้าวสำคัญสู่การดูแลสุขภาพที่คุณควรรู้
กำลังมองหาสถานที่ ตรวจ HIV กรุงเทพ ที่น่าเชื่อถือ? Glove Clinic ให้บริการ ตรวจ HIV รู้ผลเร็ว และเป็นส่วนตัว เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า BTS ราชเทวี
รักษาหนองใน: ทำความเข้าใจโรคและแนวทางที่ถูกต้อง
กำลังมองหาวิธี รักษาหนองใน ที่ถูกต้อง? บทความนี้อธิบายความแตกต่างของ หนองในแท้ vs หนองในเทียม, อาการใน หนองในผู้หญิง และ หนองในผู้ชาย พร้อมแนะนำการรักษาที่ Glove Clinic.
